วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร


หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร

หลวงปู่โง่น พระกัมมัฏฐานชื่อดังรายนี้ ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗ โดยมีบิดาเป็นหัวหน้าขบวนการรับจ้างขนไม้ซุงจากเมืองเหนือเข้ากรุงเทพฯ พออายุได้ ๑๐ขวบ ก็มีเลขานุการข้าหลวงใหญ่ชาวฝรั่งเศสขอท่านไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ท่านจึงมีโอกาสเดินทางไปศึกษายังต่างประเทศ กระทั่งจบปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี


ก่อนสละเพศฆราวาสเข้ามาเป็นบรรพชิตนั้น หลวงปู่โง่นเป็นหมอสอนศาสนาคริสต์ แต่เกิดความเบื่อหน่าย หลังจากเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์แล้ว ก็ศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉาน และเผยแผ่ธรรมะแด่สาธุชนโดยถ้วนทั่ว ท่ามกลางอุปสรรคนานัปการ อย่างที่ท่านเคยระบุไว้ว่า เมื่อราว พ.ศ. ๒๕๒๘ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งครั้งนั้นมี อาจารย์ บุญสม มาร์ติน เป็นรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้สถานศึกษาทุกแห่งมีเครื่องหมายทางศาสนาไว้หน้าเสาธง แต่ในบ้านเมืองเรานั้นพระพุทธรูปส่วนใหญ่จะเป็นขนาดเขื่อง หากจะจัดสร้างใหม่ รัฐบาลคงต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล ท่านจึงรับอาสาสร้างให้เองและนำไปแจกฟรีๆให้เองทั่วประเทศด้วย ใช้เวลาสร้างทั้งหมด ๕ ปี จำนวน ๒,๕๒๙ องค์


“แต่พอสร้างเสร็จ ก็พบศัตรูผู้คิดร้าย เพราะเราไปต้านทานสำนักพุทธพาณิชย์ที่เขาสร้างพระขาย มีการโทรศัพท์ไปขมขู่ผู้ว่าราชการพิจิตร และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนอื่นๆจนเกิดความท้อแท้ใจ แต่เราไม่เป็นเช่นนั้น ไม่ยอมแพ้ จึงได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระญาณสังวร จนได้รับการอำนวยความสะดวกที่สุด ก็สามารถที่จะนำพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาแจกจ่ายที่พุทธมณฑลได้” หลวงปู่กล่าวในหนังสือ “ย้อนรอยกรรมตำนาน พระสุพรรณกัลยา”

ความที่ท่านขัดผลประโยชน์นี่เอง คำสั่งฆ่าก็ออกมา

หลวงปู่โง่นถูกลอบยิงทั้งสิ้น ๕ ครั้ง แต่ก็รอดได้ทุกครั้ง

หลวงปู่โง่นเชื่อว่าเป็นฝีมือศัตรูลับๆ ที่มีอยู่มากมาย ศัตรูเหล่านี้ไม่ใช่ฆราวาสเป็นพวกหัวโล้นด้วยกัน เพราะไปขัดผลประโยชน์เขา โดยโดนไล่ยิงที่อิสานทั้งสิ้น ๓ ครั้ง โดนยิงโดนจับที่ภาคเหนือ ๒ ครั้ง ก็รอดตายได้หวุดหวิด เพราะผีมันไม่ต้องการ อันเป็นเรื่องอโหสิกรรมครั้งใหญ่ที่มีต่อเหล่าศัตรู


ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ หลวงปู่โง่นยังกล่าวถึงเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ ครั้งที่พระสงฆ์พม่าเดินขบวนประท้วงรัฐบาลพม่าในเรื่องของสมณศักดิ์ ซึ่งพระพม่าต้องการให้เหมือนกับพระสงฆ์ไทย ซึ่งต่อมารัฐบาลพม่าก็ยอมยกธงขาว และยอมตามความต้องการของพระสงฆ์พม่าทุกอย่าง กล่าวคือ ให้เล่นการเมืองได้ เป็นผู้แทนนั่งประชุมในสภาได้ รับเงินเดือน หรือค่านิตยภัต เงินอามิสสินจ้าง ค่าตาลปัตรพัดยศได้ ต่างกับพระสงฆ์ไทยมาก แต่หลังจากความวุ่นวายของพระสงฆ์พม่าจบลง เรื่องร้ายแรงก็กลับมาถึงหลวงปู่โง่นทันที


“เขาหาว่าเราอยู่เบื้องหลังการเดินขบวนครั้งนี้ โดยช่วยออกค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ซึ่งก็ตกราว ๕ หมื่นบาท โชคดีที่มหาอำนาจตะวันตกเขาไม่เอาเรื่องเหล่านี้มาเกี่ยวข้องด้วย และเราก็รู้จักภาษาต่างประเทศดี จึงถูกลงโทษแค่กักสถานที่ให้อยู่ในบริเวณกระท่อมเราเท่านั้น มีเพียงสุนัขเป็นเพื่อน พม่ามันเรียกว่า คยคย ส่วนเราพม่ามันเรียกว่า พ๊งจีคย เพราะมีสุนัขเป็นเพื่อน ถูกกักบริเวณอยู่ ๑๕ วัน จึงได้รับการช่วยเหลือจากพระหม่อง”


หลวงปู่โง่นบอกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ ๔ แล้ว โดยครั้งแรกนั้นถูกทหารลาวจับเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๒ เขาหว่ามาสืบราชการลับ เป็นพวกแนวที่ ๕ ติดคุกขี้ไก่ลาวอยู่ ๑๕ วัน โชคดีที่รัฐบาลไทยประกาศเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด ก็เลยได้รับการปล่อยตัวออกมา ข้ามมาฝั่งไทยก็ถูกจับอีกครั้ง เพราะดันไปพูดสำเนียงลาว ก็เลยนึกว่าข้าศึกเข้ามาสอดแนม ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ก็ถูกจับเป็นครั้งที่ ๓ โดยทหารเขมร ครั้งนั้นไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาร่วมกับสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ท่านเป็นมหาสังฆนายกองค์แรก แต่เมื่อสมเด็จเดินทางกลับ หลวงปู่โง่นอยู่ทำธุระต่อ เลยโดนข้อหาว่าเป็นตัวการนำทหารไทยเข้าไปตีเขมร ติดคุกอยู่ ๖ ปี ถึงได้กลับ


โดยข้อเท็จจริงแล้ว หลวงปู่โง่นไม่ใช่เพียงแต่เด่นดังในเรื่องของการต่อสู้ชีวิตและความถูกต้องเท่านั้น แต่ท่านเป็นพระนักสังคมสงเคราะห์ที่ได้รับการยอมรับจากสาธุชนเป็นอย่างมาก เป็นผู้สร้าง ผู้ให้ ไม่ใช้ผู้ขอ อย่างเมื่อปี ๒๕๓๒ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน มีความต้องการเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย แต่งบประมาณมีจำกัด จึงไม่สามารถจัดหาได้ ด้วยบารมีหลวงปู่โง่นที่ตระหนักมากในเรื่องการรักษาพยาบาล ทำให้ญาติโยมที่มีเศรษฐกิจดีร่วมกันจัดหามาถวาย โดยที่หลวงปู่ไม่ได้เอ่ยปากบอกบุญเลยสักครั้งเดียว


นอกจากนี้ หลวงปู่โง่นยังได้ตั้งธนาคารข้าวขึ้นมาเพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านหมู่บ้านเขารวก โดยให้กู้ยืมข้าวไปกินในฤดูทำนา แทนที่จะต้องไปกู้ยืมจากนายทุน หรือให้กู้ยืมเงินไปใช้ในการเกษตรกรรม โดยยึดหลักใครยืมไปถ้าเอามาชื้นได้ก็เอา ไม่มีก็ไม่เอาคืน รวมทั้งจัดทำหัวส้วมแจกจ่ายชาวบ้านเพื่อให้ดำเนินชีวิตถูกต้องตามสุขลักษณะด้วย

ท่านสละกิเลสและยึดสันโดษ
ถือคติไม่สร้างพระราชวังในเขตธรณีสงฆ์เด็ดขาด


ชาวบ้านเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีผู้คนที่เคารพนับถือหลวงปู่มาขออนุญาตสร้างกุฏิถวาย แต่ท่านปฏิเสธและบอกกับคนเหล่านั้นว่า การเลี้ยงพระนั้น เขาเลี้ยงให้เหมือนบอนไซ อย่าให้โตและอย่าให้ตาย การสร้างกุฏิดีๆให้เหมือนเอา “ฮอร์โมน” ไปสร้างกิเลสให้พระ  นอนกับพระธรณีอุ่นกว่า พระพุทธเจ้าก็ทรงหนีจากปราสาทราชมณเฑียรมาอยู่ป่า ทำไมต้องมาสร้างพระราชวังในเขตธรณีสงฆ์ด้วย อยู่อย่างนี้เป็นอาณาจักรน้อย แต่มีความสุขดีกว่า


ในด้านอภินิหาร-ปาฏิหาริย์นั้น หลวงปู่โง่นก็มีคนกล่าวขวัญถึงเช่นกัน แต่หลวงปู่โง่นไม่เคยพูดหรือให้ใครเที่ยวพูดโฆษราให้ทั้งนั้น ตัวอย่างที่เห็นบุญบารมีชัดเจนก็เมื่อครั้งฉลองวันเกิดวันอุปสมบท ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ปรากฏว่า วันนั้นแดดจัดมาก ผู้คนเรือนหมื่นเดินทางมาร่วมงาน ทุกคนต่างพูดกันว่า วันนี้หลวงปู่คงจะออกมาประพรมน้ำมนต์ให้แน่นอนเพื่อเป็นสิริมงคล หลายคนถือขันน้ำมารอรับน้ำมนต์ แต่ปรากฏว่าหลวงปู่กลับไม่ประพรมน้ำมนต์ แต่เดินผ่านลูกศิษย์ไปเฉยๆ และไปนั่งบริกรรมอยู่กลางแดดแจ้งแทน ชั่วครู่ท้องฟ้าบริเวณนั้นมีเมฆก้อนใหญ่มาบดบังให้เกิดความร่มเย็น ไม่นานก็เกิดฝนตกลงมา ทุกคนก็เลยลุกออกไปจากที่กลางแจ้ง เพราะเชื่อว่านี่คือน้ำมนต์ที่หลวงปู่ประพรมให้ มันเป็นน้ำมนต์จากเทวดาโดยแท้


ผู้คนที่มาร่วมงานหลายคนที่ต้องการพิสูจน์คำเล่าลือนี้บอกว่า เหตุการณ์นี้เป็นเพราะหลวงปู่แสดงอิทธิวิธิญาณ คือญาณที่เกิดจากอิทธิฤทธิ์ ดังที่บอกในพระไตรปิฎว่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า เรื่องของอิทธิวิธิญาณนั้น เมื่อภิกษุมีจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส อ่อนควรแก่การงานแล้ว ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ย่อมโน้มน้าวจิตใจไปเพื่อแสดงฤทธิ์ต่างๆได้หลายประการ


พระครูนิมิตสิทธิการ วัดถ้ำพรสวรรค์ เล่าว่า เมื่อครั้งที่หลวงปู่โง่นเดินทางไปประเทศนอร์เวย์ อากาศหนาวจัด หิมะตกมากมายตลอดทั้งคืน แต่แทนที่หลวงปู่โง่นจะจัดหาผ้าห่มที่ทำจากขนสัตว์มาห่มกายเพื่อขจัดความหนาวเหน็บ ท่านกลับไปนั่งทำสมาธิกลางแจ้ง แต่ปรากฏว่าหิมะไม่ได้ตกลงไปใกล้หลวงปู่เลยในรัศมีโดยรอบตัวหลวงปู่ ๒ เมตร ทำให้ฝรั่งต่างชาติหันมานับถือหลวงปู่โง่นกันเป็นอย่างมาก


หลวงปู่โง่น โสรโย พระกัมมัฏฐานชื่อดัง อายุ ๙๕ ปี แห่งวัดพระพุทธบาทเขารวก อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ละสังขารไปแล้วเมื่อ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๒


พระที่สร้างโดยหลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร พ.ศ. ๒๕๒๘




1 ความคิดเห็น: